Honda City ตัวไหม่จากฮอนด้า ราคาเริ่มต้นที่ 5.24 แสนบาท
Honda City เป็นรถ Sub-Compact ที่ทางฮอนด้าได้ทำตลาดมาแล้วหลายปี ซึ่งขนาดของมันก็ ประทัดรัดและเหมาะกับใช้วิ่งในเมืองและไม่ต้องการซิ่งมากๆ โดยกลุ่มที่อยู่ Segment ในตลาดนี้ที่เป็นคู่แข่งตัวฉกาจก็คือ Toyota Soluna Vios
และเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2551 ทางฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เปิดตัว “Honda City Generation 3” โฉมใหม่ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ซึ่งนับเป็นเจเนอเรชันที่ 3 ของรถยนต์ซับคอมแพกต์ โดยได้รับการออกแบบใหม่หมดหัวจรดท้าย ด้วยรูปโฉมที่ปราดเปรียวสะดุดตา ภายในกว้างขวาง แรงขึ้นด้วยเครื่องยนต์ i-VTEC 120 แรงม้า รองรับ E20 เคาะราคาเริ่มต้น 5.24-6.94 แสนบาท แพงขึ้นกว่ารุ่นเดิมประมาณ 4-5 หมื่นบาท
ก็ได้แต่หวังว่า Honda City ตัวไหม่นี้จะไม่เปราะบางเหมือน VIOS ซึ่งวันก่อนถูกรถผมเฉี่ยวนิดเดียวกันชนปริออกมาเลย
อ่าน Review การทดลองขับ New Honda City ได้ที่นี่
New Honda City 2008 ปรับโฉมไหม่หมด
สำหรับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ รูปทรงภายนอกออกแบบโดยอิงมาจากท่าการยิงธนู ไฟหน้าของฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ดีไซน์เฉียบคมและมีชีวิตชีวา ด้านท้ายออกแบบให้สั้นลงทำให้ไฟหลังดูลู่ลมและคล่องแคล่วในแบบรถสปอร์ต กระจกมองข้างได้รับการออกแบบให้เหลี่ยมและกว้างกว่าเดิม ทำให้พื้นที่กระจกเพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ช่วยการมองเห็นรอบด้าน
ตัวถัง City ไหม่
มิติตัวถังขยายใหญ่ขึ้น มีความยาว 4,395 มิลลิเมตร (ยาวกว่ารุ่นเดิม 5 มิลลิเมตร) กว้าง 1,695 มิลลิเมตร (กว้างกว่า 5 มิลลิเมตร) สูง 1,470 มิลลิเมตร (เตี้ยลงรุ่นเดิม 15 มิลลิเมตร) และขยายฐานล้อกว้างขึ้น 100 มิลลิเมตร พร้อมวางตำแหน่งที่นั่งผู้ขับให้เหมาะสมและขยับแป้นเหยียบเลื่อนไปทางขวา 15 มิลลิเมตรสำหรับที่พักเท้าใหม่เพื่อความสบายของผู้ขับ
เครื่องยนต์ที่ใช้ใน Honda City รุ่นปี 2008
ด้านหัวใจมากับเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ ให้กำลัง 120 แรงม้า เพิ่มจากซิตี้รุ่นเดิม 10 แรงม้า สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E-20 และผ่านมาตรฐานไอเสียระดับยูโร 4 อีกด้วย
ส่วนระบบส่งกำลังเปลี่ยนมาเป็นแบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดควบคุมด้วยระบบ Grade Logic Control และ Shift Hold System ระบบควบคุมการเปิด-ปิดลิ้นปีกผีเสื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์ Drive-By-Wire ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัทและระบบกันสะเทือนหลังทอร์ชั่นบีมแบบ H-shape
ห้องโดยสารภายใน (ความกว้างเหมือนกันหมดทุกรุ่นของ Honda City 2008)
ภายในได้รับการดีไซน์ใหม่หมดเช่นกัน จากฐานล้อที่กว้างขึ้นยังทำให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างกว่าเดิม เพิ่มระยะห่างระหว่างผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังขึ้นอีก 25 มิลลิเมตร
เพิ่มฟังก์ชันใหม่ เช่น ที่เก็บสัมภาระอเนกประสงค์ ถาดเก็บของใต้เบาะหลัง เบาะนั่งด้านหลัง ซึ่งมีที่พักแขนและที่วางแก้วอยู่ด้วยสามารถปรับพับได้แบบ 60:40 และปรับเอนได้, ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบเกียร์ธรรมดา(มีเฉพาะในรุ่น SV), ระบบเครื่องเสียงสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iPod และเครื่องเล่น MP3 โดยใช้ช่องเชื่อมกับ USB และ AUX บนแผงคอนโซลตรงกลาง (มีเฉพาะในรุ่น V และ SV)
ระบบความปลอดภัย (อาจจะแตกต่างกันใน City บางรุ่น)
ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้ง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบดิสก์เบรก ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบเสริมแรงเบรก (BA) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ (มีเฉพาะในรุ่น V และ SV) และกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมระบบสัญญาณกันขโมย
ทั้งนี้ ประเทศไทย ถือเป็นตลาดสำคัญของฮอนด้าในภูมิภาคนี้ โดยได้รับเลือกให้เป็นผู้นำการผลิตและประกอบ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ก่อนใครในโลก ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันคุณภาพของการผลิตและเทคโนโลยีล้ำหน้าของโรงงานของฮอนด้าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี
ราคา Honda City รุ่นต่างๆที่กำหนดขายในประเทศไทย
| รุ่น | ออพชัน | ราคา(บาท) |
| S MT | เกียร์ธรรมดา | 524,000 |
| S AT | เกียร์อัตโนมัติ | 564,000 |
| V AT (ABS) | เกียร์อัตโนมัติ ABS | 619,000 |
| V AT (AS) | เกียร์อัตโนมัติ ABS และถุงลมคู่หน้า | 644,000 |
| SV AT (AS) | เกียร์อัตโนมัติ ABS และถุงลมคู่หน้า | 694,000 |
ส่งตรงถึง Email Inbox คุณก่อนใคร ให้คุณ In Trend ไม่ตกกระแส
- มั่นใจและปลอดภัยจาก Spam เพราะใช้ Engine Service ของ Google
Popularity: 100%











สำหรับท่านที่กำลังจะซื้อรถ ลอง Search ลองดูที่นี่ครับ
http://thaicarsearch.com/