ลิเวอร์พูล (Liverpool) บุกชนะแมนฯ ยู (Manchester United) 4-1 ศึกวันแดงเดือด
วันแดงเดือดที่ต้องบันทึกลงในประวัติศาสตร์ของแฟนหงส์แดง Liverpool อีกหนึ่่งรายการ จากการที่ ลิเวอร์พูล บุกไปชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United F.C) ถึงสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดด้วย Score 4-1 ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม สุดยอดจริงๆ
ดูที่ Gerrard ให้สัมภาษณ์แล้ว งานที่แฟนหงส์คงตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูกแน่ๆ
It was a magnificent, a great team performance from front to back,” Gerrard told Sky Sports. “It’s not often you see Manchester United get beat 4-1 at their Home, Old Trafford .
กดชม Highlight ลิเวอร์พูล บุกชนะแมนฯ ยู อย่างสะใจ 4-1 ได้เลย
Liverpool made very few mistakes and punished the ones made by their opponents: not exactly rocket science. Aside from Reina’s trip on Park Ji-Sung, the team in grey were disciplined and regimented. When United broke with their usual pace, instead of a piecemeal chasing pack at the other end of the field, they were usually confronted with six men in grey, with Lucas and Mascherano dropping back.
Manchester United, however, still command a four point lead at the top of the Premier League with a game in hand, which likely means that the Red Devils will have to drop points in three or more fixtures before the season’s end if Liverpool are to claim the title. They have only dropped points in eight matches to this point.
จริงๆแล้วไม่ได้เป็นแฟนทั้งแมนยูฯ แล้วก็ Liverpool อะไรหรอก แต่มานั่งเขียนระบายเพราะอะไรรู้ไม๊ เพราะว่าแฟนหงส์ทั้งหลายนี่แหละที่เป็นบ้าอะไรไม่รู้เวลาทีมตัวเองชนะ ยิ่งเป็น Match ใหญ่ๆแล้วแต่ละคนร้องไห้ออกมาเลยก็มี บางทีก็เที่ยวโทรศัพท์มาแสดงความยินดีกับทีมในดวงใจ บ้างก็ส่ง SMS มา นี่ก็ได้ SMS จากแฟนหงส์กว่า 10 ข้อความ มันเป็นบ้าอะไรของมันไปแล้ว ยิ่งบุกมาชนะ แมนยูฯได้นี่ยิ่งดีใจพอๆกับตอนสมัยโบราณกาลที่พลิกตัวเองมาชนะถ้วยยุโรปได้ แต่ละคน ร้องไห้ บ้าบอคอแตกราวกับรอวันนี้มานาน จากนั้นก็เริ่มมีรายการถากถางชาวบ้านตามสไตล์แฟนหงส์ แต่ไม่ได้ดูตัวเองเลยว่าแพ้งี่เง่ามาไม่รู้กี่นัด ผิดกับแฟนแมนยูฯที่รู้จัก เวลาชนะแล้วเค้าจะไม่ค่อยคุย เพราะได้ถ้วยจนเบื่อหรืออะไรไม่ทราบได้
ในฐานะที่ไม่ได้เชียร์ทีมอะไรทั้งนั้นรู้สึกเบื่อมาก ยิ่งตอนดึกๆมีโทรศัพท์มาบอกว่าหงส์ชนะแล้วยิ่ง ปสด บวกกับหงุดหงิดมากๆ มันจะดีใจอะไรขนาดนั้น
แฟนลิเวอร์พูลนี่มีเอกลักษณ์ไม่ค่อยเหมือนใครจริงๆ คือยึดติดกับสิ่งที่เป็นอดีตมากๆ เป็นแชมป์หลายสมันบ้างหล่ะ ยิ่งใหญ่อย่างนู้นอย่างนี้ แต่ผลงานปัจจุบันไม่ค่อยได้เรื่อง ชอบโม้ คิดว่าตัวเองเล่นดี เก่ง แต่พอชนะเท่านั้น ร้องให้ราวกับว่าหนูทำได้แล้ว! จากนั้นก็เผื่อแผ่ความดีใจมายังชาวบ้าน น่ารำคาญสุดๆ
แต่งานนี้ใครเป็นแฟนแมนยูฯก็คงจ๋อยไปตามๆกัน บอลก็แบบนี้แหละ มีแพ้มีชนะอย่าคิดมาก แต่ถ้าแพ้ Liverpool แบบนี้คงมีคนไม่ไปทำงานวันจันทร์นี้หลายคนเพราะทนเสียงถากถางไม่ไหวแน่ๆ
มาดูผลศึกวันแดงเดือดที่ Liverpool บุกไปชนะแมนยูฯ (Manchester United) Score จบที่ 4-1
“ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด (Manchester United F.C) ตัดสินใจพัก พอล สโคลส์ และ ไรอัน กิ๊กส์ สองมิดฟิลด์ประสบการสูงพร้อมกับส่ง ปาร์ก จี ซอง และ อันแดร์สัน ลงสนามแทน ส่วนแดนหน้าเลือก คาร์ลอส เตเบซ มาจับคู่กับ เวย์น รูนีย์ และมี คริสเตียโน โรนัลโด เป็นสนับสนุนเหมือนเดิม
ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล (Liverpool F.C) ส่ง ลูคัส เลวา ลงมาตัดเกมคู่กับ ฮาเวียร์ มาสเชราโน ส่วนแดนหน้ายังมี เฟอร์นานโด ตอร์เรส เป็นตัวหลักและ สตีเวน เจอร์ราร์ด คอยสนับสนุน
“ตอร์เรส” ดวลกับ “วิดิช”
เริ่มเกมครึ่งแรก ทั้งสองทีมเน้นความแน่นอนในการครองบอลทำให้ยังไม่มีโอกาสแบบจะแจ้งต่อการทำประตู ต้องรอจนกระทั่งนาที 22 เจ้าถิ่นมาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ เตเบซ รับบอลบริเวณระยะ 25 หลา ก่อนแทงบอลทะลุแผงหลังเข้าไปในเขตโทษให้ ปาร์ก จี ซอง โฉบมาแตะบอลหนี เรนา ที่ออกมาตัดบอลจนถูกทำฟาวล์ล้มลงในเขตโทษ กรรมการเป่าทันทีและเป็น โรนัลโด รับหน้าที่สังหารไม่พลาดเข้าประตูไป สกอร์ขยับเป็น 1-0
หลังถูกส่องประตู “หงส์แดง” พยายามเปิดเกมรุกมากขึ้นจนมาตามตีเสมอเป็นผลสำเร็จในนาที 28 จากจังหวะการวางบอลยาวขึ้นมาจากแดนหลัง วิดิช กะจังหวะบอลพลาดจนเสียท่าถูก ตอร์เรส ตามมาเบียดแย่งเอาบอลหลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ ฟาน เดอร์ ซาร์ และดาวยิงทีมชาติสเปนอาศัยความนิ่งรอจังหวะจนซัดผ่านตัวนายทวารเจ้าถิ่นเข้าไปให้ทีมไล่ตีเสมอ 1-1
เกมมาถึงนาที 34 โรนัลโด ลองยิงฟรีคิกเต็มแรงจากนอกกรอบให้ เรนา ต้องออกแรงเซฟ บอลกระฉอกเกือบหลุดมาถึง เตเบซ ที่ตามเข้าซ้ำ แต่ยังดีที่นายทวารชาวสเปนตามมาเก็บบอลเข้าซองได้ทัน นาทีต่อมา ทีมเยือนตอบโต้กลับบ้างเมื่อ ริเอรา ทำเกมขึ้นมาทางริมเส้นด้านซ้ายก่อนเปิดบอลไปลุ้นในเขตโทษ แต่ยังดีที่ ฟาน เดอร์ ซาร์ ออกมาตัดทันก่อนที่ผู้เล่นหงส์แดงจะชาร์ตถึง
ทั้งสองทีมสู้กันในแดนกลางอย่างสูสี เกมมาถึงนาที 41 คาร์ริก พลิกบอลได้สวยจากระยะประมาณ 35 หลา ก่อนจะลากเข้ามายิงตรงหน้ากรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคานออกไปอย่างมีเสียว แต่อีกสองนาทีถัดมา ลิเวอร์พูล ตอบโต้กลับ ตอร์เรส รับบอลได้ก่อนจะจ่ายให้ เจอร์ราร์ด แตะบอลเข้าไปในเขตโทษจนถูก เอฟรา ตามมาเสียบสกัดล้มลงไป กรรมการเป่าให้จุดโทษแก่ทีมเยือนบ้างและกัปตันทีมหงส์แดงลุกขึ้นมาสังหารเองผ่านมือ ฟาน เดอร์ ซาร์ ให้สกอร์พลิกมาเป็น 2-1 พร้อมกับจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้
เข้าสู่ครึ่งหลัง
“ผีแดง” โหมบุกเข้าใส่ทันทีเพื่อหวังทำประตูตีเสมอและมีโอกาสลุ้นเป็นจังหวะแรกในนาที 56 เมื่อ อันแดร์สัน เปิดลูกเตะมุมเข้ากลาง กลายเป็น เรนา นายทวารทีมเยือนพยายามออกมาตัดบอลแต่ดันไปชนกับ ฮูเปีย กองหลังเพื่อร่วมทีมจนบอลเกือบทะลักเข้าประตูตัวเองไป ยังดีที่นายทวารชาวสเปนตามกลับมาคว้าได้ทันก่อนที่ เตเบซ จะได้ซัดจ่อๆหน้าประตู
เกมผ่านหนึ่งชั่วโมง รูนีย์ มีโอกาสลุ้นทำประตูหลังจากได้บอลตรงบริเวณมุมเขตโทษ ก่อนเลี้ยงตัดเข้ากลางสับไกยิงเต็มๆ แต่บอลไปแฉลบคู่แข่งย้อยออกหลังไปนิดเดียวได้เพียงลูกเตะมุม อีกสองนาทีต่อมา “ผีแดง” เติมเกมรุกขึ้นมาอีกครั้งคราวนี้เป็น โรนัลโด ได้เปิดบอลจากทางริมเขตโทษด้านขวา บอลลอยไปทางถึงเสาสอง รูนีย์ วิ่งเบียดกองหลังมาเอาเท้าแหย่บอลกลับเข้ากลาง เตเบซ เกือบตามมาชาร์ตทัน แต่บอลผ่านหน้าประตูไปอย่างน่าเสียดาย
เกมมาถึงนาที 65 จากจังหวะสวนกลับบอลมาถึง ริเอรา ทางริมเขตโทษด้านซ้ายก่อนเปิดบอลเข้ากลาง กองหลังเจ้าถิ่นโหม่งเคลียร์ออกมาเข้าทาง ลูคัส ยิงแบบโล่งหน้าเขตโทษ แต่เบาเกินไปบอลพุ่งตรงตัว ฟาน เดอร์ ซาร์ รับเข้าซองได้อย่างไม่มีปัญหา อีก 5 นาทีต่อมาเป็นโอกาสของ “ผีแดง” เมื่อ คาร์ริก เปิดบอลข้ามแผงหลังให้ เตเบซ ที่กำกึ่งว่าจะล้ำหน้าหลุดเข้าไปพลิกตัวยิง แต่โดนไม่เต็มเท้าบอลหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย
เข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องพบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเพิ่มขึ้นอีกเมื่อ วิดิช ซึ่งเป็นตัวสุดท้ายตัดสินใจทำฟาวล์ เจอร์ราร์ด หน้าเขตโทษ กรรมการตัดสินใจควักใบแดงไล่ออกไปและลูกฟรีคิกจากจังหวะดังกล่าว ออเรลิโอ รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้ายบอลพุ่งผ่าน ฟาน เดอร์ ซาร์ ที่ยืนขาตายเข้าประตูไปให้ ลิเวอร์พูล หนีห่าง 3-1 จากนั้นมาถึงนาที 85 “หงส์แดง” น่าจะหนีห่างออกไปอีก เมื่อ ดอสเซนา ได้บอลทางริมเส้นทางซ้ายมาถึง บาเบล ตอกส้นกลับหลังให้ เจอร์ราร์ด ได้ยิงโล่งหน้าประตู แต่กลับซัดเหินข้ามคานออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ
แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มถอดใจและมาเสียประตูเพิ่มอีกจนได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเมื่อ เรนา วางบอลยาวขึ้นมา กลายเป็นกองหลังที่กะจังหวะบอลพลาดอีกครั้งจนถูก ดอสเซนา โฉบมาตัดหน้า โอเชีย หลุดเข้าไปกระดกบอลลอยโด่งข้ามหัว ฟาน เดอร์ ซาร์ มุดคานประตูไปอย่างสวยงามให้ ลิเวอร์พูล หนีห่าง 4-1 หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มอีกทำให้จบ 90 นาที “หงส์แดง” บุกมาเอาชนะไปด้วยสกอร์ข้างต้น
รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีมลิเวอร์พูลและแมนฯยู
แมนฯ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์, เนมานยา วิดิช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, ปาทริซ เอฟรา, จอห์น โอเชีย, อันแดร์สัน, ไมเคิล คาร์ริก, ปาร์ก จี ซอง, คริสเตียโน โรนัลโด, คาร์ลอส เตเบซ, เวย์น รูนีย์
ลิเวอร์พูล : เปเป เรนา, ซามี ฮูเปีย, มาร์ติน สเคอร์เทล, ฟาบิโอ ออเรลิโอ, เจมี คาร์ราเกอร์, ฮาเวียร์ มาสเชราโน, ลูคัส เลวา, เฟอร์นานโด ตอร์เรส, สตีเวน เจอร์ราร์ด, อัลเบิร์ต ริเอรา, เดิร์ก เคาท์
ส่งตรงถึง Email Inbox คุณก่อนใคร ให้คุณ In Trend ไม่ตกกระแส
- มั่นใจและปลอดภัยจาก Spam เพราะใช้ Engine Service ของ Google
Popularity: 1%











liver สุดยอด