Manchester United ซิวแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกสมัย 11 หลังเสมอ Arsenal 0-0

Posted by CSAW No CommentedBookmark and Share

Under: feature, กีฬา

It’s another Manchester United Glory Day! เป็นอีกหนึ่งวันของสาวกผีแดง แมนฯยูที่จะเกทับเด็กหงส์ หลังจากโดนถล่มอย่างไม่อายฟ้าดินเที่ยวที่แล้ว งานนี้เด็กผีบอกขอแค่อีกสมัยเดียวเท่านั้น ทีมเป็ดน้อยจะได้เลิกจมอยู่กับอดีตซักทีเพราะนั่นแปลว่าถ้าแมนฯยูได้ Champ พรีเมียร์ชิพเป็นครั้งที่ 12 สถิติแมนฯยูกับถ้วย Premier League จะแซงหน้า Liverpool ไปทันที สิ่งสุดท้ายที่แฟนหงส์เหลือไว้ข่มทีมอื่นก็จะหมดไปทันที



Download ภาพ + Wallpaper ความละเอียดสูง ชุด Man U ฉลองชัยสดๆร้อนๆได้เลย
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 16 พ.ค. คู่แรกเป็นการพบกันระหว่าง จ่าฝูง “ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 ของตาราง ซึ่งเกมนี้หาก”ปีศาจแดง”เก็บได้อย่างน้อย 1 คะแนนก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกทันที


เกมนี้เจ้าถิ่นส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม นำโดยสามประสานแดนหน้า คริสเตียโน โรนัลโด, เวย์น รูนีย์ และ คาร์ลอส เตเบซ ขณะที่ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ศูนย์หน้าจอมลีลามีชื่อเป็นตัวสำรอง ขณะที่ฝ่ายทีมเยือนนัดนี้ไม่มีชื่อของ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ทั้งในตัวจริงและสำรอง โดยคู่หน้าใช้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี จับคู่กับ อังเดร อาร์ชาวิน

เริ่มเกมมาเพียง 2 นาที ทีมเยือนได้ทักทายก่อนจากจังหวะยิงระยะ 23 หลาหน้ากรอบเขตโทษของ เชส ฟาเบรกัส บอลเหินข้ามคานออกไป

ถัดมานาที 14 อังเดร อาร์ชาวิน เปิดบอลจากหน้ากรอบเขตโทษด้วยขวา มาให้ โรบิน ฟานเพอร์ซี หนีตัวประกบโหม่งคนเดียวโล่งๆ แต่โดนไม่ดีบอลข้ามคานออกไป ถัดมา 2 นาที เจ้าถิ่นตอบโต้กลับมาบ้าง เมื่อ คาร์ริก ครอสบอลมาให้กับ เวย์น รูนีย์ โฉบเข้ามาโหม่งบอลหลุดเสาแรกออกไปนิดเดียว

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง อาร์เซนอล ต่อบอลกันตามไสตล์ก่อนจังหวะสุดท้ายเป็น ซามีร์ นาสรี กดด้วยซ้ายบอลแฉลบกองหลังเข้ามือ ฟานเดอร์ซาร์ จากนั้นนาที 40 เวย์น รูนีย์ พาบอลโต้กลับขึ้นมาทางฝั่งซ้าย ก่อนไหลให้ ไรอัน กิกส์ ซัดด้วยซ้ายบอลข้ามคานไปไกล และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โรนัลโด ได้ซัดฟรีคิก ประมาณ 25 หลาบอลพุ่งหลุดเสาสองออกไป จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

มาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังเล่นกันได้อย่างสูสี จนมาถึงนาที 58 บาการี ซาญา แบ็กขวาดันขึ้นมาสูงครอสบอลมาให้ คีแรน กิิบส์ส แบ็กซ้าย ที่ดันขึ้นมายิงเข้าข้างตาข่าอย่างน่าเสียดาย

มาถึงนาที 71 ได้โอกาสหลุดเดี่ยวเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนไหลให้ ปาร์ก จี​ ซุง วิ่งมาแปเข้าไปตุงตาข่าย แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าไปซะก่อน ถัดมา 7 นาที โรนัลโด มีโอกาสส่องฟรีคิกบริเวณริมกรอบเขตโทษด้านซ้าย บอลปลิ้นเฉียดสามเหลี่ยมออกไปนิดเดียว

นาที 83 อเล็กซ์ ซง เติมเกมขึ้นมาสูง ก่อนจ่ายมาทางซ้ายเข้ากรอบเขตโทษให้ ฟาเบรกัส ตั้งป้อมยิงเต็มข้อบอลพุ่งโดนปลายนิ้ง ฟานเดอร์ซาร์ ก่อนที่จะพุ่งชนเสาอย่างน่าเสียดาย ถัดมา 3 นาที ฟานเพอร์ซี ได้ซัดด้วยซ้าย แต่บอลพุ่งไปเข้าซอง ฟานเดอร์ซาร์ และเป็นโอกาสสุดท้ายของเกมนี้ จบเกม แมนฯยูไนเต็ด เสมอ อาร์เซนอล 0-0 ทำให้ “ปีศาจแดง” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัย 11 และเป็นแชมป์ลีกสูงสุดเท่ากับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลที่ 18 สมัย

รายชื่อ 11 ตัวจริง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ซาร์, จอห์น โอเชีย, จอนนี อีแวนส์, เนมันยา วิดิช, ปาทริซ เอวรา, คริสเตียโน โรนัลโด, ดาเรน เฟล็ทเชอร์, ไมเคิล คาริก, ไรอัน กิกส์, คาร์ลอส เตเบซ, เวย์น รูนีย์

อาร์เซนอล : ลูคัส ฟาเบียนสกี, บาการี ซาญา, โคโร ตูเร, อเล็กซ์ ซง, คีแรน กิบส์ส,ซามีร์ นาสรี, เดนิวสัน, เชส ฟาเบรกัส, อาบู ดิยาบี, อังเดร อาร์ชาวิน, โรบิน ฟานเพอร์ซี

ผลการแข่งขันโดยไทยรัฐออนไลน์

ถ้าคุณชอบบทความนี้ Bookmark ได้ครับ
  • Technorati
  • Digg
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Google Bookmarks
เพื่อนๆสามารถกรอก Email เพื่อสมัครรับ Forward Mail ได้ฟรี
ส่งตรงถึง Email Inbox คุณก่อนใคร ให้คุณ In Trend ไม่ตกกระแส
- มั่นใจและปลอดภัยจาก Spam เพราะใช้ Engine Service ของ Google

Google Groups

Popularity: 1%


Leave a comment

(required)

(required)