We will rock you.The Musical
We Will Rock You ละครเพลงสุดดังของย่าน West End ที่กลายเป็นขาใหญ่ประจำโรงละคร Dominion Theatre ไปแล้วเมื่อได้ชื่อว่าเป็นผลงานที่ทำสถิติเป็นละครเพลงที่เปิดการแสดงยาวนานที่สุดของที่นั้น หลังจากเปิดการแสดงครั้งแรกเมื่อพ.ค. 2002 และมีกำหนดจะปิดตัวลงในเดือนต.ค. 2006 แต่ด้วยความโด่งดังของการแสดงที่ได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลายตลอดหลายปีที่ผ่านมา จึงมีการต่อเวลาสำหรับการแสดงที่นั่นออกไปอย่างไม่มีกำหนดไปเรียบร้อยแล้ว

หัวใจสำคัญของความสำเร็จดังกล่าวมาจากเพลงอันยอดเยี่ยมของวง Queen นั่นเองที่ทำให้การแสดงชุดนี้มีเสน่ห์ไม่เหมือนการแสดงมิวสิคคัลเรื่องอื่นๆ เพราะตัวงานของเฟรดดี เมอร์คิวรีกับผองเพื่อนนั้นถือว่าเป็นร็อคที่มีความเป็น “ละคร” อยู่ในตัวอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาหรือภาคดนตรีที่หรูหรา จนอดสงสัยไม่ได้เลยว่าแฟนเพลงรุ่นใหม่ที่เข้าไปชมการแสดงครั้งนี้จะเชื่อหรือเปล่าว่าทุกๆ เพลงที่ใช้ในการแสดงเคยเป็นผลงานของวงร็อควงหนึ่งมาก่อน
จากจุดเริ่มต้นเมื่อ 6 ปีก่อน จะเห็นได้ว่า We Will Rock You มีการพัฒนารูปแบบการแสดงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะผู้ที่มารับบทนำของเรื่อง ซึ่งในเวอร์ชั่นที่มาเปิดการแสดงในบ้านเรานี้จะเรียกได้ว่าส่งตรงมาจากลอนดอนเลยก็ไม่เต็มปาก เพราะมีส่วนผสมของ “ดาวน์อันเดอร์” เป็นตัวชูโรงในการแสดงที่ยอดเยี่ยมนี้อย่างเห็นได้ชัด
คนแรกก็คือนาย มิก อาเซยา หนุ่มวัย 38 ชาวออซซีที่เกิดในฟิลิปปินส์และมีเชื้อสายสเปน ที่มาเป็น กาลิเลโอ พระเอกของเรื่อง ที่รับหน้าที่ในการถ่ายทอดผลงานเพลงสุดอมตะของเฟรดดีโดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อเทียบกับกาลิเลโอในแต่ละรายที่ผ่านมา มิกสามารถถ่ายทอดบทเพลงของ Queen ได้อย่างโดดเด่นอย่างมาก ความหวานในน้ำเสียงของเขาเข้ากับการร้องเพลงเฟรดดีได้อย่างดี และอาจจะดีกว่าต้นฉบับอย่าง โทนี วินเซนต์ ที่เป็นกาลิเลโอคนแรกเสียด้วยซ้ำ
ในส่วนของนางเอกอย่าง สคารามูช นั้น แม้ความน่ารักของ ทาเลีย โคเดช ที่มาแสดงในครั้งนี้จะเทียบไม่ได้กับคนก่อนอย่าง แฮนนาห์ เจน ฟ็อกซ์ ที่ทำได้ดีกว่าในบทโรแมนติก แต่ที่เหลือทั้งเรื่องการร้องและการแสดงเธอก็ทำได้ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย
อีกคนที่เป็นไฮไลของงานนี้ที่ขโมยซีนทุกครั้งที่ปรากฏตัวบนเวทีได้แก่ แอนนี ครัมเมอร์ นักร้องสาวใหญ่จากนิวซีแลนด์ ที่รับบทนางมารร้าย คิลเลอร์ ควีน ได้อย่างไร้ที่ติ แม้น้ำเสียงเธออาจจะทรงพลังน้อยกว่า แชนนอน ดี. คลาร์ก ที่เคยกวาดมา 2 สถาบันจากบทนี้มาแล้วเมื่อปี 2003 แต่เมื่อถึงบทที่ต้องแสดงน้ำเสียง, สีหน้า, ท่าทาง เธอก็ทำได้อย่างถึงอารมณ์สุดๆ
ทีมนักแสดงคนอื่นๆ ก็เข้าขากันเป็นอย่างดี ทั้งการร้องและการแสดง มีการหยอดมุกที่สากลและมุกที่เตรียมมาสำหรับบ้านเราโดยเฉพาะอยู่ตลอด ที่ทำให้ความสนุกสนานของการแสดงแทบจะไม่ขาดตอน เป็นละครเพลงที่ได้บรรยากาศคึกคักแบบคอนเสิร์ตเพลงร็อคที่หาไม่ได้จากโชว์ทั่วไป
จะมีข้อเสียก็ตรงที่บทของเรื่องฝีมือของ เบน เอลตัน ที่ว่าด้วยการปลุกชีพของดนตรีร็อคในโลกอนาคต ด้วยการนำเพลงของ Queen มาต่อๆ กันเป็นเรื่องนั้น ทำออกมาขาดเอกภาพเท่าที่ควร จนนำไปสู่ตอนจบของเรื่องที่หาแก่นสารอันน้อยนิด ที่ไม่ได้มากไปกว่าความสนุกสนานจากการฟังเหล่าบรรดาเพลงฮิตของ Queen เท่านั้น
แต่ถ้ามองถึงโจทย์ที่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาเพลงที่เนื้อหาไม่ได้แต่งออกมาใช้ในการแสดงละครเพลงในเรื่องเดียวกันมาร้อยเข้าด้วยกันเป็นโชว์สนุกๆ อย่างที่ออกมา ก็ถือว่าสอบผ่านสำหรับคนที่เข้าไปเพื่อซึมซับผลงานของวง Queen เป็นหลัก ที่แทบจะไม่น่าเชื่อว่าจะขนเพลงดังๆ ของ Queen มาใช้ในโชว์ได้มากมายขนาดนี้ ที่แต่ละเพลงต่อให้คนที่รู้จัก Queen อย่างผิวเผินก็ต้องคุ้นเคยกันไม่มากก็น้อย
สำหรับคอละครเพลง We Will Rock You ถือเป็นโชว์ที่คนดูได้สัมผัสการแสดงระดับชั้นนำของอังกฤษ ที่สมบูรณ์แบบด้วยแสงสีเสียงที่นำมาใช้ประกอบการแสดงอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมทั้งทีมนักแสดงที่เรียกได้ว่าเป็นโชคดีของแฟนๆ ชาวไทยที่ได้ชุดที่แข็งแกร่งอย่างชุดนี้มาเล่นในบ้านเรา เพราะเทียบแล้วทำได้ดีกว่าบางชุดที่ไปเปิดแสดงในประเทศอื่นๆ มาด้วยซ้ำ
ส่วนแฟนเพลงของวง Queen แล้วถือว่าเป็นการเปลี่ยนรสชาติจาการฟังแผ่นที่บ้าน มารับประสบการณ์การดูโชว์ที่ได้แรงบันดาลใจของยอดวงที่เหลือแต่เพียงตำนานเมื่อครั้งที่นักร้องนำคนดัง เฟรดดี เมอร์คิวรี จากโลกไปเมื่อ 2 ทศวรรษก่อน ซึ่ง We Will Rock You ก็ถือเป็นหนึ่งในแรงปรารถนาสูงสุดของเฟรดดีในการฝากผลงานดนตรีของเขาเอาไว้แก่แฟนเพลง ตามวลีที่ว่า The Show Must Go On
ข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์
ส่งตรงถึง Email Inbox คุณก่อนใคร ให้คุณ In Trend ไม่ตกกระแส
- มั่นใจและปลอดภัยจาก Spam เพราะใช้ Engine Service ของ Google
Popularity: 1%











Leave a comment